SP-Experience

 เล่าสู่กันฟัง…จากประสบการณ์ศิษย์การบิน

นาย ธันวา จำปาภา

นาย ธันวา จำปาภา
(ศิษย์การบินรุ่นที่ 5 ของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด)

“ไปสอบนักบินต้องมีเส้นสายใช่มั้ยครับ”
“ทำไมถึงเอาแค่เนื้อหาฟิสิกส์เลข ม.ปลาย มาคัดเลือกนักบิน”
“ผมไม่ได้จบสายวิทย์ แล้วจะมีโอกาสเป็นนักบินได้มั้ยครับ”
“เนื้อหาในการสอบ มีเยอะมาก อ่านมาอย่างดีแต่ก็ไม่ตรงกับข้อสอบ”
“ผมอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสได้เข้ามาสมัครเรียนพิเศษเหมือนคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ผมจะสู้พวกเค้าได้มั้ยครับ”
“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไม่มีเงินไปลงคอร์สติวเพื่อสอบนักบิน ทำยังไงดีครับ”
“ข้อสอบปีนี้จะออกอะไรบ้าง”
“ตอบผิดจะติดลบหรือเปล่า”
“อย่าทำข้อสอบให้ถูกหมด เก่งเกินไป เค้าไม่เอาใช่มั้ยครับ”
     นี่เป็นคำถามที่สำหรับตัวผมเองแล้วเคยเป็นทั้งคนถามและเป็นทั้งคนตอบ  ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีแต่คำถามเหล่านี้ยังคงอยู่เช่นเดิม  ทุกครั้งที่ผมต้องตอบคำถามเหล่านี้ ผมจะตอบด้วยคำถามกลับไปเสมอว่า  “อยากเป็นนักบิน…แค่ไหน”
     คำแนะนำต่อไปนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงที่ผมได้รับมา  ในการสอบ Air Asia student pilot ปี 2013 หากมองให้ลึกลงไปถึงองค์กรแห่งนี้ด้วยสโลแกนที่ว่า “Everyone can fly” นั้นหมายถึงทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม ผู้สมัครทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นนักบินของแอร์เอเชียเหมือนกันหากความอยากเป็นนักบินของคุณมากพอ
     ด้วยกระบวนการคัดเลือกของทางบริษัท เริ่มตั้งแต่การส่งใบสมัครเพื่อดูคุณสมบัติขั้นต้นว่าสามารถเข้ามาสอบรอบแรก (basic knowledge) ได้หรือไม่  ในการสอบ basic knowledge test นั้น  แบ่งเป็นเนื้อหาการสอบดังนี้
– คณิตศาสตร์ (ม.4-ม.6)
1. เซต
2. การให้เหตุผล
3. ตรรกศาสตร์เบื้องต้น
4. ระบบจำนวนจริง
5. ทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น
6. ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน
7. เรขาคณิตวิเคราะห์
8. เมทริกซ์
9. ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม
10. ฟังก์ชันตรีโกณมิติ
11. เวกเตอร์ในสามมิติ
12. จำนวนเชิงซ้อน
13. ทฤษฎีกราฟเบื้องตัน
14. ความน่าจะเป็น
15. แคลลูลัสเบื้องต้น
16. ลำดับและอนุกรม
17. กำหนดการเชิงเส้น
18. สถิติ
– ฟิสิกส์ (ม.4-ม.6)
1. เวกเตอร์
2. การเคลื่อนที่แนวตรง
3. แรง มวล และกฎการเคลื่อนที่
4. การเคลื่อนที่แบบต่างๆ
5. งานและพลังงาน
6. โมเมนตัมและการดล
7. การเคลื่อนที่แบบหมุน
8. สภาพสมดุล
9. ของไหล
10. ความร้อน
11. คลื่นกล
12. เสียง
13. แสง
14. แสงและทัศนอุปกรณ์
15. ไฟฟ้าสถิต
16. ไฟฟ้าและแม่เหล็ก1
17. ไฟฟ้าและแม่เหล็ก2
18. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
19. ฟิสิกส์อะตอม
20. ฟิสิกส์นิวเคลียร์
– ภาษาอังกฤษ
Reading (ไม่มี Listening)
1. Incomplete Sentences
2. Text Completion
3. Reading Comprehension

– aptitude test

     จากเนื้อหาความรู้ที่ใช้สอบจะพบว่า  ไม่มีส่วนใดที่เป็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบสำหรับคนกรุง-คนต่างจังหวัด คนจน-คนรวย จะแตกต่างกันเล็กน้อยก็เพียงแค่คนที่ ตั้งใจมาก-ตั้งใจน้อย เท่านั้น
     คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่นักบินจะต้องใช้ตลอดชีพคือ “การเรียนรู้” สำหรับคนที่เรียนจบสายวิทย์มานานแล้ว ก็ต้องกลับไปเรียนรู้เนื้อหา ม.ปลายใหม่อีกครั้ง  และสำหรับคนที่จบสายศิลป์ หากคุณปฏิเสธที่จะเริ่มต้นการเรียนรู้อะไรใหม่ๆที่ตนเองไม่เคยสัมผัสมาก่อน  หากคุณโชคดีทำคะแนนในส่วนภาษาอังกฤษและ aptitude test ได้มาก  แต่หลังจากนั้นต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลา  แล้วคุณจะเรียนรู้มันให้ดีได้อย่างไร   หัวข้อในการอ่านหนังสือมีมากมาย สูตรที่ใช้ก็แทบจะจำไม่หมด  และหากคุณได้เป็นนักบินแล้วสิ่งที่ต้องจำและภาวณาให้ไม่ได้ใช้มีมากกว่าสูตรเลขฟิสิกส์อีกหลายเท่า  นั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่า ใครที่มี “ความจำ” ดี  และสามารถ “ประยุกต์” ใช้ได้ถูกต้อง ก็จะสอบผ่านได้แน่นอน
     งานที่ต้องดูแลชีวิตคนอื่นเกือบ 200 ชีวิตนั้น  เป็นธรรมดาที่เราต้องการคนเก่ง  แต่เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องรอบคอบด้วย  หากในการทำข้อสอบแต่ละวิชานั้น  คุณมีความสามารถในการทำให้ถูกหมดทุกข้อ  จงทำเถอะครับ  เรารับคุณแน่  แต่สำหรับคนที่เข้ามาทำมั่ว แล้วหวังให้คะแนนผ่านเกณฑ์  จงมาลองเถอะครับ  คุณจะได้รู้ว่านักบินมั่วไม่ได้  ในกรณีที่คนทำมั่ว 100 ข้อ ได้ 30 คะแนน กับคนที่ทำ 30 ข้อ แล้วได้ 30 คะแนน  เมื่อเราต้องการอีกเพียง 1 คน แน่นอนว่าคนที่ ทำ 30 ข้อ ได้ 30 คะแนนจะมีสิทธิ์เข้าไปรอบสัมภาษณ์  เพราะฉะนั้นแล้ว ทำให้ได้มากที่สุดด้วยการพิจารณาที่รอบคอบประกอบกับการวางแผนบริหารเวลาให้ดีที่สุ

Comments are closed.